การทำการตลาดสำหรับร้านค้าออนไลน์
มีเรื่องราวการทำเว็บขายของและคำแนะนำดีๆให้นะครับ
เผื่อว่าคุณและคนที่แวะมาอ่านแล้วทำ E-Commerce อยู่จะได้กำลังใจและไม่ท้อ
ผมกับแฟน เราทำธุรกิจขายส่งเครื่องประดับ จำพวกต่างหู สร้อยข้อมือ แหวน กำไล ฯลฯ
ขายผ่านทางเว็บไซต์อย่างเดียว
ทำมาเข้าสู่ปีที่ 4 แล้วครับ ได้ผลกำไรเท่าไหร่ ไว้จะบอกตอนท้าย
หลักการที่ผมใช้สำคัญที่สุดก็คือ “ต้องโปรโมทเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักมากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
แต่คุณโปรโมทเว็บไซต์ของคุณอย่างกว้างขวาง มีคนรู้จักเยอะ ยอดขายก็ดีครับ….
ในทางกลับกัน แม้ว่าคุณจะมีสินค้าที่ดีมากๆ แต่โปรโมทน้อย คนเข้าไม่ถึง ก็เจ๊งลูกเดียว!!!
การตลาดที่ใช้ก็มีอีกหลายอย่าง เช่น
1. โพสต์ตามเว็บบอร์ด Classified ทั่วๆไป (ซึ่งผมมีรายชื่ออยู่ประมาณ 100 กว่าแห่ง ใครสนใจเมล์มาขอได้)
ยิ่งโพสต์เยอะ ก็ยิ่งมีคนรู้จักเว็บเราเยอะครับ ผมจัดเวลาโพสต์ตามเว็บขายของทุกวัน
วันละ 1-2 ชั่วโมง เราจะมีคนที่เห็นข้อความโฆษณาของเราและคลิกเข้ามาเพิ่มขึ้นทุกวันครับ
2. ทำการแลก Link กับเว็บไซต์ของคนอื่นๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเราได้ก็จะดีมาก
เช่น ถ้าเราขายเครื่องสำอางค์ ก็ไปแลกลิงก์กับเว็บเครื่องสำอางค์ เป็นต้น
เพื่อให้มีผลทางด้าน Search Engine Optimize (หมายถึง ใครหาใน Google ก็เจอเว็บเรา)
3. สินค้ามีหลากหลาย ที่สำคัญต้องมี “เอกลักษณ์” ที่คนอื่นไม่มี
หากมีโรงงานเอง หรือนำเข้าแต่เพียงผู้เดียว ก็จะทำให้มีภาษีดีกว่าคนที่ไปซื้อมาขาย
หรืออาจจะไม่ต้องมีโรงงานเอง แต่ไปติดต่อกับโรงงานเพื่อให้ผลิตให้เฉพาะที่เราต้องการสั่งก็ได้ครับ
4. รูปภาพต้องเยอะ ซื้อขายกันที่รูปภาพ ไม่ค่อยมีใครมานั่งอ่านรายละเอียดก่อนหรอกครับ
หากรูปภาพโดนใจ จึงจะอ่านข้อมูลสินค้า
รูปต้องเยอะ รูปต้องสวย (แต่ต้องไม่แต่งเกินจริง) เห็นได้ชัดเจน ใหญ่พอประมาณ ไม่เล็กกระจิ๋ว
ดูแล้วมองภาพออกทันทีว่าสินค้าเราเป็นอย่างไร อย่างนี้จะแจ่มมาก
5. อัพเดตรูปสินค้าให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
ถ้าสินค้ามีไม่มาก ใช้วิธีถ่ายรูปในมุมใหม่ๆ เปลี่ยนมุม เปลี่ยนฉาก เปลี่ยนลูกเล่นไปเรื่อยๆ
จำไว้ว่า ณ ตอนนี้อาจจะมีคนเปิดดูเว็บไซต์เราอยู่ก็ได้ แต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ
บางทีอาจจะเดือนหน้า หรืออีก 3 เดือน หรืออาจจะปลายๆปีกว่าเค้าจะซื้อของเรา
เพราะฉะนั้นต้องมีการอัพเดตสม่ำเสมอ ให้ลูกค้าเห็นถึงความขยันและความเอาใจใส่
6. จัดโปรโมชั่นให้น่าเชื่อถือ เหมาะสมกับกาลเวลาและเทศกาล
ไม่ใช่แบบว่า…ลดโคตรถูก แถมโคตรเยอะ จะทำให้สินค้าไม่น่าเชื่อถือ
และอาจจะดูเป็นการหลอกลวง
7. วิธีการชำระเงิน ต้องมีให้หลากหลาย
ทั้งโอนเงินเข้าบัญชี เช็ค ธนาณัติ บัตรเครดิต โอนเงินด่วนระหว่างประเทศ ส่งของแล้วจ่ายเงินเลย ฯลฯ
ธนาคารที่รับก็ต้องหลากหลาย อย่างน้อยๆ 3 ธนาคารขึ้นไป
8. ตอบเมล์ลูกค้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ บันทึกข้อมูลลูกค้าทุกรายไม่ว่าเค้าจะสั่งซื้อมาก-น้อย
โทรหาลูกค้าเก่าๆบ้าง ส่งเมล์หาเป็นระยะๆ สอบถามปัญหา ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้า
เพื่อแสดงให้เห็นความใส่ใจของเราที่มีต่อลูกค้าทุกคน
นี่เป็นหลักๆนะครับ เท่าที่ผมจะนึกออก
ยังมีวิธีการทำการตลาดผ่านอินเตอร์เน็ตอีกมากมาย เขียนไม่หมดครับ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ลองหาหนังสือมาอ่าน ทั้งหนังสือบริหารธุรกิจ การตลาด การเงิน ลอจิสติกส์ ปรัชญา ฯลฯ
โดยเฉพาะหนังสือของคนดังๆรวยๆระดับโลกเขียนไว้ เพิ่มไอเดียและรอยหยักในสมองได้ดีทีเดียว
———————————————————————————
กลับมาที่เว็บของผมนะครับ
ตอนนี้หาก Search ใน Google คำที่เกี่ยวข้อง
เช่น คำว่า ต่างหู, ตุ้มหู, กำไล, ขายส่ง ฯลฯ
เว็บไซต์ของผมจะขึ้นหน้าแรกเลย นั่นเป็นเพราะการโปรโมทเว็บไซต์ที่ดี
เมื่อมีคนมาค้นหาคำต่างๆเหล่านี้ ก็จะเจอเว็บไซต์ของผม
พอคลิกเข้ามาก็ได้เจอรูปภาพสินค้าที่ชัดเจน และคำโฆษณาต่างๆที่ผมบรรยายไว้
มีคนเข้าเว็บไซต์ของผมวันละ 400-800 คน
ตกเดือนละประมาณเกือบๆ 2 หมื่นคน (หรือมากกว่านี้ในบางเดือน)
และในจำนวน 2 หมื่นคนนี้…..
มีคนที่สนใจติดต่อมาหาผม ทั้งทางอีเมล์และทางโทรศัพท์ เพื่อสอบถามรายละเอียดสินค้า เดือนละ 500-1,000 คน
เมื่อติดต่อมาพูดคุยกันแล้ว คนที่ตัดสินใจจะสั่งซื้อ เหลือจำนวน 200 กว่าคน
และที่สั่งซื้อจริงๆ มีการชำระเงินและส่งสินค้าแล้ว เหลือประมาณเดือนละ 100 กว่ารายครับ
ในจำนวน 100 กว่ารายนี้ แบ่งเป็น…….
ลูกค้าที่สั่งซื้อครั้งละไม่กี่พันบาท เช่น 2-5 พันบาท จะมีอยู่ราวๆ 70-80 ราย
ลูกค้าที่สั่งซื้อครั้งนึงค่อนข้างมาก เช่น 8 พัน - 1 หมื่นบาท จะมีอยู่ราวๆ 10 กว่าราย
ลูกค้าที่สั่งซื้อเป็นรายใหญ่ เช่น นักธุรกิจคนไทยที่ขายส่งในต่างประเทศ ครั้งละ 3-5 หมื่น เดือนละ 2-3 ราย
นี่พูดถึงลูกค้าใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนนะครับ
ลูกค้าเก่าๆที่กลับมาสั่งซื้ออีกก็มีจำนวนไม่น้อย
หากสินค้ามีจำนวนมากพอที่จะขายส่งได้ แนะนำให้ขายส่งเลยครับ
ทำธุรกิจขายส่งดีกว่า ขายปริมาณมากๆ กำไรก็มากตามไปด้วย
ตอนนี้ยอดขายขั้นต่ำสุดๆของผมคือ 4-5 แสนทุกเดือน
หักต้นทุนเหลือเป็นกำไรก็ประมาณแสนห้าถึงสองแสน
ปีแรกๆไม่ถึงหรอกครับ แค่ได้ 3-4 หมื่นก็เยอะแล้ว แต่ยังไงก็ต้องทำยอดให้เพิ่มขึ้นทุกๆเดือน
ถ้าทำ E-Commerce ช่วงแรกๆ ได้มาเดือนละ 2 หมื่นก็โอเคแล้วครับ
หาทางโปรโมทเว็บไปเรื่อยๆ แล้วยอดขายจะเพิ่มขึ้นเอง
ผมอายุยังไม่ 30 เลยครับ แฟนผมก็เพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ
ผมเคยทำงานในบริษัทเอกชน ตำแหน่งหัวหน้า เงินเดือน 3 หมื่นต้นๆ
เคยคิดว่าเยอะแล้ว มากกว่าคนอื่นแล้ว แต่พอได้ลอง E-Commerce ได้ลองสัมผัสกับเงินก้อนใหญ่ๆจริงๆ
ทำให้รู้เลยว่า ไอ้ 3 หมื่นกว่าที่เคยได้มานั้นมันน้อยเหลือเกิน
(แต่ก็ลองขายมาหลายอย่างเหมือนกันนะครับ ไม่ใช่ว่าทำปุ๊บดีเลย ผมทำเจ๊งไปหลายเว็บเหมือนกัน)
ตอนนี้ไม่เคยคิดจะกลับไปทำงานประจำอีกแล้วครับชีวิตนี้
ต้องให้ประสบการณ์พาไปครับ สำคัญที่สุดคือห้ามท้อ!!!!
ในช่วง 2 ปีแรกผมเคยจะเลิกหลายครั้งแล้ว แต่ผมมันถึกครับ!! จำไว้ว่าไม่อดทนก็ไม่รวย
ฝันให้ไกลๆ จินตนาการให้ไกลๆ เข้าไว้ หากยังทำตามที่ต้องการไม่ได้ก็ช่างมัน ทำต่อไปครับ
การมีธุรกิจของตัวเอง เป็นนายตัวเองนั้นดีที่สุดแล้วครับ
อย่ากลับไปทำงานประจำเลย ลองต่ออีกสักหน่อย
มีอะไรเมล์มาคุยกันได้ครับ
thaiearrings@yahoo.com
ที่มา http://www.pantip.com/cafe/silom/topic/B6506594/B6506594.html
