รูปแบบการดำเนินธุรกิจ
ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซนั้น จะมีการดำเนินธุรกิจในหลายรูปแบบ ซึ่งอาจจะแบ่งได้เป็น 3 แบบ ด้วยกัน คือ
(1) บริคแอนด์มอร์ต้า (Brick and Mortar)
หมายถึง กิจการที่มีอาคารสถานที่เป็นอิฐและปูนประกอบการค้าขายแบบ “ออฟไลน์ (Off-line)” คือไม่ได้ขายสินค้าหรือบริการผ่านอินเตอร์เนตนั่นเอง
(2) บริคแอนด์คลิ้ก (Brick-and-Click)
หมายถึง กิจการที่มีอาคารสถานที่เป็นอิฐและปูน ซึ่งเดิมทีเป็นธุรกิจแบบบริคแอนด์มอร์ต้า แต่ต่อมาก็นำเอาอินเตอร์เนตไปใช้ในการทำอีคอมเมิร์ซ จึงขายของทั้งแบบออฟไลน์และ “ออนไลน์ (On-line)”
(3) คลิ้กแอนด์คลิ้ก (Click-and-Click)
หมายถึง กิจการที่เป็นกิจการดอทคอมล้วนๆ ไม่เคยมีอาคารสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจมาก่อน แต่อยู่ในอินเตอร์เนตเพียงอย่างเดียว โดยใครๆ ที่สนใจจะซื้อสินค้า ก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้ เพียงแต่คลิ้กหรือกดเข้าไปเท่านั้น
ตั้งแต่อินเตอร์เนตเริ่มเจริญเติบโตขึ้นมาเรื่อยแบบไม่หยุดยั้ง ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ หันมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า สมควรที่จะทำการค้าแบบออนไลน์ดี หรือว่ายึดการดำเนินธุรกิจแบบเดิมหรือบริคแอนด์มอร์ตาหรือไม่
เมื่อราวๆ ต้นปี พ.ศ. 2533 มีบริษัทเพียงไม่กี่รายที่เล็งเห็นศักยภาพของ อินเตอร์เนต และน้อยคนนักที่จะเคยได้ยินหรือรู้จักอินเตอร์เนต แต่พอ 5 ปีให้หลังทุกๆ คนก็เริ่มรู้จักอินเตอร์เนตกันมากขึ้น และบรรยากาศในการดำเนินธุรกิจก็เปลี่ยนไป บริษัทห้างร้านและผู้ประกอบการค้ามากมาย ต่างให้ความสนใจและความสำคัญต่ออินเตอร์เนต ด้วยเหตุที่ว่า อินเตอร์เนตมีความเป็นอัจฉริยะในการเข้าถึงลูกค้า ไม่เพียงแต่เฉพาะในพื้นที่ของผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลก จึงสามารถทำกำไรได้มากมายมหาศาล
กล่าวกันว่ากิจการบริคแอนด์มอร์ตา จะเป็นกิจการที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ โดยจากการสำรวจผู้บริหารระดับสูง และผู้บริหารระบบสารสนเทศกว่า 700 คน ได้ลงความเห็นว่า ธุรกิจบริคแอนด์มอร์ตาจะเป็นธุรกิจหลัก ที่สามารถทำกำไรได้ ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซประเภทบีทูบี (B-to-B = Business-to-Business) ในจำนวนนี้มีร้อยละ 64 กล่าวว่า กิจการบริคแอนด์มอร์ตา จะกลายมาเป็นธุรกิจที่ทำกำไรมากที่สุด ในธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ (E-Business)
ที่มา:http://www.atii.th.org
