อีกมุมหนึ่งของeBay ที่คุณต้องรู้ก่อนทำการค้าขาย

มุมมืดมุมหนึ่ง ที่หลายคนมองข้ามไป ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ เห็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในไทย (ในUSAไม่เกี่ยว)อีกหลายๆคนถูกเอาเปรียบ โดย eBay และ PayPal ไม่ไหวจึงต้องออกมาโพสข้อมูลเบื้องหลังให้ทุกคนรู้

เรื่องต่างๆเบื้องหน้าไม่ว่าจะเป็น การสมัคร การซื้อ การขาย การเก็บเงิน การจ่ายเงิน การหาของต่างๆมาขาย และอื่นๆ ผมไม่มีความจำเป็นต้องเล่าให้ฟังอีก เพราะมีผู้รู้มากมายได้แจกแจงรายละเอียดให้แล้ว

แต่สิ่งที่ผมจะพูดนี้ มีความสำคัญต่อทุกท่าน ที่ต้องการนำเงินออกมาจากPayPal หลังจากที่ขายสินค้าไปได้สักพักแล้วเท่านั้น

ซึ่งสำคัญมากสำหรับท่านที่เพิ่งสมัคร หรือกำลังคิดจะสมัคร ได้โปรดอ่านสิ่งที่ผมกำลังจะบอกให้ทราบ การที่เราอาศัยอยู่ในไทยนั้น จะมีค่าธรรมเนียมต่างๆที่เราไม่ได้คาดถึง และไม่ได้นำมารวมเป็นต้นทุนด้วยนั้น จะทำให้ผู้ขายจำนวนมากต้องขาดทุน โดยไม่รู้ตัว แต่สำหรับท่านที่ ตั้งใจ จะขายเพื่อความสนุก หรือขายเพื่อซื้อสินค้าในeBayเท่านั้น หรือมั่นใจว่าเข้าใจแล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องอ่านต่อ เพราะท่านสามารถหาทางใช้เงินของท่านได้ถูกทางแล้ว แต่สำหรับผู้ที่จะขายของจริงจัง หาเงินทางนี้ จริงๆ โปรดอ่านความรู้อันน้อยนิดนี้ต่อไปด้วยครับ

หลายท่านยังมีความเข้าใจผิด ว่า ขาย 1$ ท่านก็จะได้เงิน 1$ (ขณะนี้ 1$ = 35 baht) และเงินที่ได้ 35บาท ก็จะโอนมาทาง Bangkok Bank ทันทีเมื่อลูกค้าโอนเงินมาให้ ผมจำเป็นต้องบอกว่า นั่นเป็นความเข้าใจผิดทุกประการเลยนะครับ ท่านต้องเข้าใจใหม่ทันที

การรับเงินลูกค้าแล้ว PayPal จะโอนมาเลยนั้นไม่มีนะครับ เงินของท่าน จะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในบัญชีของPayPal เท่านั้น

หลังจากรับเงินลูกค้าแล้ว นั่นหมายความว่า ท่านจะมีเงินจริง แต่เป็นเงินที่เป็นแค่บัญชีก่อนนะครับ (ไม่ได้จับเงินจริงมีแต่ตัวเลข) และ ต่อไปนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่ท่านต้องทราบจริงๆ ก่อนเริ่มลงมือ ตั้งราคาขายสินค้าของท่าน

ผมจะเริ่มที่หลังจากการขายของได้ในราคาสินค้าที่ 1$ ตั้งราคาค่าส่งที่ 1$ นั่นหมายความว่าท่านควรจะได้รับเงินมาทั้งสิ้น 2$ หรือ 70บาท ตามความเข้าใจของการซื้อขาย แต่นั่นไม่ใช่สำหรับ eBay และ PayPal รวมถึง Bangkok Bank ที่ท่านจะได้รับเงินจากธนาคารนี้ เงินที่ท่านจะได้รับมาจริงๆนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 0.85$ หรือประมาณ 30.26 บาทเท่านั้น (ณ วันที่ 5/11/49 อัตรา1$=35บาท) นั่นหมายความว่าท่านจะเสียค่าธรรมเนียมทุกอย่างที่เก็บจาก

1. Fee eBay ค่าฝากลงสินค้า 0.35$ , ค่าแปะรูป 0.35$ , ค่าธรรมเนียมขายได้ 5.25% จากยอดขาย 0.05$

2. Fee PayPal ค่าโอนเงินจากลูกค้ามา 3.9% จากยอดโอนทั้งหมด 0.04$ , ค่าธรรมเนียมแน่ๆอีก 0.30$

3. Fee BKK 0.25% จากยอดโอน (ควรคิดรอเป็นต้นทุนเลยแม้จะยังไม่เอาออกมา) อันนี้แค่ยกตัวอย่างคร่าวๆนะครับ แต่ถ้าขายมากกว่านี้ก็จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไปอีก ท่านสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียม ต่างๆ ได้จาก Link ที่ใช้ คำว่า FEE ทั้งจาก PayPal และ eBay

แต่ถ้าท่านขายไม่ได้ ท่านจะเสียค่าฝากขายและแปะรูป 0.70$ แน่นอน แต่ถ้าไม่แปะรูป ก็เหลือ 0.35$ ที่ต้องจ่ายแน่นอน และถือเป็นต้นทุนสำคัญอีกตัวที่ไม่ควรมองข้าม

จากตัวอย่างนี้หมายความว่า ถ้าค่าส่งสินค้า คือ 20 บาท ค่าสินค้า 5 บาท ท่านได้เงิน 30.26 บาท ท่านจะได้กำไร 5.26บาท แต่ถ้าสินค้าหรือค่าส่งมากกว่านั้น แสดงว่าท่านขาดทุนจากการขายสินค้านั้นแล้ว

เอาหละ สมมุติว่าขายไม่ได้อีก ท่านจะเสียเงิน 24.5 บาท (กรณีแปะรูป) แสดงว่าถ้าครั้งที่สองที่ท่านจะลง ราคาเดิมอีก ท่านก็จะขาดทุนตั้งแต่เริ่มขายแล้ว

หลายท่านอาจแย้งอีกว่า ท่านตั้งราคาถูกเพื่อให้ลูกค้ามาประมูลเยอะๆ ผมไม่เถียงนะครับ แต่นั่น หมายความว่าสินค้าท่าน ต้องเป็นสิ่งที่ทุกๆคนต้องการ ขายง่าย และมีราคาจริงๆ หรือมีความต้องการสูงจริงๆ ก็ถือเป็นความโชคดี แต่ถ้าสินค้าท่านมีคู่แข่งเยอะ ไม่ค่อยมีคนสนใจ ท่านต้องเริ่มคิดถึงค่าใช้จ่ายต่างๆตรงนี้แล้วนะครับ

บางคนบอกอีกทำไมไม่ต้องราคาขั้นต่ำ (Reserve) ตั้งได้ก็ดีครับ แต่ท่านต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกนะครับ และความเป็นจริงนั้น การขายของก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนนึกฝันไว้

ยังไม่พอนะครับนี่เป็นแค่ค่าธรรมเนียมของ eBay และ PayPal เท่านั้น ท่านยังเหลือ ค่าธรรมเนียมที่หลายๆคนมองข้ามไปนั่นคือ FEE BKK ค่าธรรมเนียมโอนเงินผ่านธ.กรุงเทพ ท่านต้องเสียอีก 0.25% ของเงินที่โอนมาทั้งหมด แต่ที่สำคัญคือ ขั้นต่ำ 200 บาท สูงสุดที่ 500 บาท

หลายคนลืมนึกไปว่าขั้นต่ำ 200 บาท จริงๆท่านต้องถอนเท่าไรจึงจะคุ้ม 200 บาท ขอบอกให้ว่า ประมาณ 80000 บาท หรือ 2285.71$ นะครับ ท่านถึงจะคุ้ม กับค่าธรรมเนียม 200 บาทที่ต้องจ่ายไป ถ้าท่านถอนเงินออกมา 200$ ท่านจะเหลือเงินเพียงแค่ 6800 บาท เพราะถูกหักไป 200 ทันทีจาก BKK นั้นคือประมาณ 3% นะครับ ไม่ใช่ 0.25% นั่นคือต้นทุนค่าดำเนินการในการทำธุรกรรมกับ eBay และ PayPal แบบคร่าวๆ สำหรับเราที่อยู่ในประเทศไทยนะครับ ยังไม่รวมค่าขนส่งบ้านเราที่ขึ้นราคาเพิ่มเรื่อยๆ ค่าอุปกรณ์การส่ง ค่าเวลา ค่าเดินทาง ค่าชั่วโมงเน็ท และที่สำคัญ เงินที่เราควรได้นั้น ยังต้องถูกเก็บไว้อย่างดีในPayPal

ถ้าวันใดเรามี 1000$ แล้วเกิดเขาปิดบัญชีเรา ไม่จ่ายเราจะทำยังไง หรือ บัญชีถูกแฮกเกอร์เอาไป และความเสี่ยงอื่นๆ ที่ท่านและ ผมยังไม่ได้เผชิญ…..

ท้ายนี้หวังว่าบทความนี้จะช่วยเหลือทุกท่านที่เป็นคนไทยด้วยกัน ได้เข้าใจ eBay และ PayPal มากขึ้น อย่าไปเป็นแมงเม่า ให้ฝรั่งนะครับ ถ้าจะทำจริงๆ เราคนไทย ควรร่วมมือกัน ช่วยกัน ทำราคาตลาด สินค้าเราให้สูงขึ้นกว่านี้ ต่อต้าน พวกตัดราคาทั้งหลาย ที่ทำให้สินค้าเราดูด้อยค่า ขอเถอะครับ ก็อบกันได้ แต่อย่าตัดราคาให้คนอื่นต้องปิดบัญชีตามท่านไปอีกเลยนะครับ

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ

ที่มา: http://thaiebay.siambiz.com/topic.php?tid=12688

Post a Response