20 คำถาม ก่อนเริ่มต้น ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

1. ทำไมต้องทำเว็บไซต์อีคอมเมิร์ช ?

การทำเว็บไซต์ก็เปรียบเสมือนหน้าร้าน อีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ลูกค้า สามารถติดต่อได้สะดวกขึ้น ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับผลที่ได้รับ นับว่าเป็นช่องทางจัดจำหน่ายที่น่าสนใจ เพราะ มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นทุกวัน นั้นหมายถึงตลาดที่โตขึ้นด้วย

2. การทำเว็บไซต์ควรทำเองหรือจ้างทำ ?

ควรพิจารณาจากธุรกิจเป็นหลักว่า มีการเปลี่ยแปลงข้อมูลมากน้อยเพียงใด เพราะการจ้างผู้อื่นทำ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกครั้ง และบางครั้งก็ไม่สามารถแก้ไขให้ทันใจเจ้าของธุรกิจได้ หรืออีกทางหนึ่งคือการใช้เว็บสำเร็จรูป โดยเจ้าของ ธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ เพราะบริษัทผู้ให้บริการเว็บฯสำเร็จรูป จะออกแบบมาในลักษณะแบบฟอร์มตอบคำถาม เมื่อกรอกข้อมูลก็จะอัพโหลดเป็นเว็บได้ทันที การเพิ่มเติมข้อมูลก็สามารถทำได้ด้วยตนเองทันที

3. ทำอย่างไรให้อยู่อันดับต้นๆ ของเว็บฯ ค้นหาอย่าง Google.com ?

เลือกคำค้นหาที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใช้ ในกรณีที่ต้องการสินค้าหรือบริการ และนำ “คำ” เหล่านั้นมาสร้างรูปประโยค ในส่วนของเว็บเพจที่สำคัญ เช่น title เนื้อหาอธิบายในเว็บไซต์ โดยพยายามทำให้ลูกค้าที่ค้นหา อยู่ในเว็บฯ ให้นานที่สุด (หากเป็นไปได้ ควรทำลิงค์เชื่อมกับเว็บไซด์ที่เกี่ยวข้อง) เพื่อไม่ให้ลูกค้ากลับไปที่เว็บ Google.com เพื่อค้นหาคำเดิมในลำดับอื่น เพราะการจัดอันดับในเว็บเซิร์ชเอนจิ้น มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นธุรกิจที่มีกำไรสูง ควรจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่ง เพื่อจัดซื้ออันดับ (ทางด้านขวา) ไปเลย เพื่อความมั่นใจว่าลูกค้าจะเห็นเว็บฯ ของเราอย่างแน่นอน

4. ต้องจดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อทำเว็บไซต์หรือไม่ ?

บุคคลธรรมดาก็สามารถเปิดเว็บไซต์ได้ แต่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีทำเว็บไซต์เข้าข่ายที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด โดยเสียค่าจดทะเบียนครั้งละ 50 บาท สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.dbd.go.th

5. ประโยชน์ของการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร ?

ได้รับใบรับรองเพื่อยืนยันตัวตนและสถานที่ เพิ่มความน่าเชื่อถือแก่ลูกค้า

6. ควรใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์เท่าไร ?

ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของธุรกิจ บางธุรกิจถือเป็นส่วนหนึ่งของงบการตลาด ซึ่งอาจกำหนดให้สัมพันธ์กับประมาณการยอดขาย ในช่วงแรกอาจยังไม่มีรายได้เข้ามามากนัก แต่หากมั่นใจว่าใช้กลยุทธ์ถูกต้อง และตรงกลุ่มเป้าหมายแน่นอนแล้ว (สังเกตจากสถิติผู้ชมที่เพิ่มมากขึ้น รายได้มีแนวโน้มสูงขึ้น) ก็ควรตั้งเป็นงบประมาณเฉพาะขึ้นมา จนกระทั่งมีฐานลูกค้ามากพอแล้ว จึงค่อยลดงบประชาสัมพันธ์มาเป็นส่วนลด เพื่อดึงดูดใจลูกค้า

7. ควรมีระบบชำระเงินผ่านบัตรเครดิตในเว็บหรือไม่ ?

ระบบชำระเงินผ่านบัตรเครดิตในเว็บไซต์ มีขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อ โดยไม่ต้องไปโอนเงินหรือใช้เงินสดซื้อสินค้า ที่สำคัญ ยังเป็นหลักประกันว่า หากผู้ขายไม่ส่งสินค้าให้ ผู้ซื้อก็สามารถปฏิเสธการจ่ายเงินกับธนาคาร หรือบริษัทผู้ออกบัตรได้ เว็บฯที่มีระบบชำระเงินแบบนี้ จึงเป็นที่นิยม ของชาวต่างประเทศ แต่ในกรณีค้าขายในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะใช้เว็บไซต์เพื่อเลือกสินค้า และโทรศัพท์มานัดส่งของ แล้วจึงชำระเงิน ดังนั้น การมีระบบชำระเงินแบบนี้ จึงควรพิจารณาจากกลุ่มเป้าหมายผู้ซื้อสินค้าเป็นหลัก

8. มีวิธีใดบ้างที่จะป้องกันความเสี่ยงจากการนำบัตรเครดิตผู้อื่นมาซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ ?

ทำได้โดยการสอบถามรหัสอนุมั ติจากผู้ทำรายการสั่งซื้อ เพื่อตรวจสอบว่าหมายเลขตรงกับที่ธนาคาร หรือผู้ออกบัตรเครดิตระบุหรือไม่ ? ให้ผู้ทำรายการสั่งซื้อสแกนใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต ซึ่งเจ้าของบัตรจริงต้องได้รับทุกเดือน มาประกอบเอกสารสั่งซื้อทุกครั้ง กรณีที่ผู้ซื้อรายใหม่สั่งซื้อของในปริมาณมาก ให้สอบถามกับธนาคารที่เปิดบัญชี Merchant ID ว่ามีพฤติกรรมการซื้อที่ผิดปกติหรือไม่

9. การทำเว็บไซต์ไม่จำเป็นต้องมีนโยบายรับคืนสินค้า (Return Policy) ได้หรือไม่ ?

เป็นการสร้างหลักประกัน ทำให้ลูกค้ามั่นใจในตัวสินค้า และแสดงถึงความรับผิดชอบของผู้ขาย ในกรณีที่ไม่มีนโยบายนี้ จะทำให้ลูกค้าเกิดความลังเล และรู้สึกว่ามีความเสี่ยงในการใช้บริการ แต่เงื่อนไขในการคืนสินค้า ต้องมีความเป็นธรรมกับผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าด้วย เช่น หากไม่พอใจสินค้า สามารถส่งคืนได้ใน 7 วัน

10. กรณีลูกค้าติดต่อขอตัวอย่างสินค้าฟรี ควรให้หรือไม่ ?

ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายและโอกาสการขายสินค้านั้นๆ หากสินค้านั้นราคาไม่แพงนัก อาจจะเสนอให้ฟรีได้ โดยให้ลูกค้าออกค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ในกรณีที่มีการขอจำนวนมากๆ ก็ถือโอกาสขายในราคาส่ง หรือในกรณีที่สินค้ามีมูลค่าสูง ก็ให้ลูกค้าชำระเงินก่อน หากมีการตกลงซื้อขายกันภายหลัง ก็ยินดีที่จะหักค่าสินค้าตัวอย่างให้

11. ขายไอศรีมผ่านอินเตอร์เน็ตได้หรือไม่ ?

การจำหน่ายสินค้าประเภทอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ควรคำนึงถึงความสัมพันธ์ของคุณภาพของสินค้า กับเวลาในการขนส่ง หากลูกค้าได้รับสินค้าในคุณภาพที่ดีได้ ในเวลาที่ต้องการ ก็ไม่มีปัญหา

12. กรณีสินค้าเกิดความเสียหายเมื่อถึงมือผู้ซื้อ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ?

ในกรณีที่สินค้ามีการแตกหักชำรุดได้ง่าย ควรให้ทางผู้ซื้อทำประกันสินค้าไว้ด้วย อีกทั้งการบรรจุสินค้าในกรณีที่ต้องเดินทางไกล ผู้ขายควรให้บริษัทรับจ้างขนส่งเป็นผู้บรรจุให้ เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญมากกว่า รวมทั้งถือโอกาสตรวจสอบสินค้าก่อนบรรจุว่าไม่ชำรุดแน่นอน ถ้ามีความเสียหายก่อนถึงมือผู้ซื้อ ทางบริษัทที่ขนส่งต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

13. ทำธุรกิจสปา อยากจะทำเว็บไซต์ ควรมีโครงสร้างเว็บฯ อย่างไร ?

การทำเว็บไซต์ ควรประกอบด้วย 4 หัวข้อหลัก ข้อแรกคือเกี่ยวกับเรา อธิบายถึงความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการทำธุรกิจ บอกถึงลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา ลำดับที่สองอธิบายถึงสินค้าและบริการ ลำดับที่สามอธิบายถึงสถานที่ตั้ง วิธีการเดินทาง หรือแผนที่ ลำดับที่สี่ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับธุรกิจที่จะช่วยสร้างความมั่นใจกับลูกค้า หรือความคิดเห็นชนิดน่าประทับใจของลูกค้า ที่เคยใช้บริการมาแล้ว

14. ขายสินค้าหลายประเภทในเว็บไซต์ได้หรือไม่ ?

ขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดการเว็บไซต์ของผู้ประกอบการ แต่ควรจะแบ่งหมวดหมู่บนหน้าเว็บไซต์ให้ชัดเจน

15. จะนำสินค้าจากชุมชนหรือกลุ่มเกษตรกรขึ้นมาจำหน่ายในอินเตอร์เน็ตได้หรือไม่ ?

ปัญหาของสินค้าชุมชน คือ มาตรฐานการผลิต เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นงานฝีมือ เช่น ช้างแกะสลัก หากลูกค้าสั่ง 10 ตัว ก็ไม่สามารถแกะสลักด้วยมือคนให้เหมือนกันได้แล้ว ดังนั้น ก่อนส่งสินค้า ควรส่งภาพที่แกะสลักแล้วแต่ละตัวให้ลูกค้าดูก่อน ประเด็นต่อมา คือกำลังการผลิต ที่ไม่สามารถผลิตได้ในจำนวนมากๆ หากลูกค้าต้องการ จึงควรมองหาวิธีแก้ไขไว้ด้วย เช่น การใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยในการผลิต หรือการขยายเครือข่ายของชุมชนผู้ผลิตสินค้าเดียวกัน เพื่อหาตลาดร่วมไม่แข่งขันตัดราคากันเอง

16. ควรแจ้งราคาสินค้าในเว็บหรือไม่ ?

ถ้าเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันควรใส่ราคาสินค้าไปเลยแต่หลายเว็บไซต์ ไม่ได้ใส่ราคา เนื่องจากเกรงว่าคู่แข่งจะรู้ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าราคาแพง ดังนั้นกระบวนการที่ทำให้ลูกค้าอยากซื้อ จึงต้องมีมากกว่า (เช่น การทดสอบ ซีดีอธิบายเพิ่มเติม) ให้ลูกค้าเห็นแค่ป้ายราคาอย่างเดียว

17. ควรตั้งราคาสินค้ารวมค่าส่งไว้ในเว็บไซต์หรือไม่ ?

สินค้าบางอย่างราคาไม่สูงแต่ราคาค่าขนส่งสูง บางทีก็ทำให้ลูกค้าตัดสินใจไม่เลือกซื้อเรื่องนี้เป็นเรื่องจิตวิทยา ฉะนั้น การรวมราคาสินค้ากับค่าขนส่ง ควรพิจารณาว่า สินค้าประเภทเดียวกันในตลาด หากใกล้เคียงก็ไม่มีปัญหา ในการรวมราคาสินค้า กับค่าขนส่งเข้าด้วยกัน

18. กรณีสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ด้วยบัตรเครดิตแล้วไม่ได้รับสินค้า ควรทำอย่างไร ?

ติดต่อไปยังผู้ดูแลเว็บไซต์เมื่อใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตมาถึงและแน่ใจว่าไม่ ได้รับของแน่นอนแล้วให้ติดต่อกับทางธนาคาร ขอยกเว้นการชำระค่าใช้จ่ายเฉพาะยอดสั่งซื้อนี้

19. ส่งอีเมล์แนะนำเว็บไซต์อย่างไรจึงจะได้ผล ?

เจาะจงผู้รับ หัวข้อน่าสนใจ เนื้อหากระชับ ควรมีข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่อ่านอีเมล์นี้ ควรมีการทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ด้วย

20. ทำเว็บไซต์อย่างไรให้ประสบผลสำเร็จ ?

ต้องคำนึงถึงรูปแบบของธุรกิจว่าจะสร้างรายได้จากการเปิดเว็บไซต์ได้อย่างไร เพราะธุรกิจแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน ข้อดีของการทำเว็บไซต์ คือค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการเปิดร้านปกต ิดังนั้น การทำเว็บไซต์ให้ประสบผลสำเร็จต้อง อาศัยการฝึกฝน ค่อยๆศึกษาปัญหา และลงมือทำอย่างจริงจัง

ที่มา : นิตยสารอีคอมเมิร์ซ

Post a Response