SMEs ออนไลน์ ทำได้ง่ายนิดเดียว

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา คำว่า E-commerce มีการพูดถึง ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการ ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี และต้องการเพิ่มช่องทางใหม่ ในการขายสินค้าและบริการ รวมทั้งผู้ที่ต้องการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ของตนเอง ไปสู่สายตาของผู้บริโภคทั่วโลก จึงทำให้ผู้ประกอบการ สนใจลงทุนกับรูปแบบการตลาดดังกล่าวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การตลาดออนไลน์ก็มีข้อจำกัดสำหรับผู้ประกอบการไทยอยู่บ้าง จากที่ดิฉันมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ประกอบการขนาดย่อม ที่มองการณ์ไกล ด้วยการหันมาพัฒนาตลาดออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่ มีเป้าหมายในการบุกตลาด ที่มีลูกค้ารอคอยอยู่ทุกสารทิศ ทำให้ทราบว่า ทุกวันนี้ ผู้ประกอบการนั้นมีปัญหาใหญ่ ๆ อยู่ 2 เรื่อง คือ การขาดความชำนาญในเทคโนโลยี และขาดบุคลากรที่เป็นมืออาชีพ เข้ามาช่วยทำงานด้านนี้ ทำให้มีปัญหาเรื่องการพัฒนาเว็บไซต์ของตนเอง ที่ผ่านมาดิฉันและลูกค้าทั่วไป จึงเห็นเว็บไซต์หลายบริษัทไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

อีกปัญหาหนึ่งที่ผู้ประกอบการเผชิญอยู่ก็คือ การขาดความรู้เรื่อง E-commerce โดยไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ซึ่งเชื่อว่านักลงทุนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้มีค่อนข้างมาก แม้ว่าจะให้ความสนใจตลาดออนไลน์ก็ตาม แต่หลายรายถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ เช่น ถูกหลอกว่าจะทำเว็บไซต์ให้ในราคาขูดเลือดขูดเนื้อ สุดท้ายตลาดออนไลน์ในความคาดหวังก็ไม่เป็นรูปธรรม

เมื่อดิฉันทราบว่าผู้ประกอบการยังมีปัญหาเรื่องตลาดออนไลน์ ซึ่งความจริงแล้วง่ายนิดเดียว ! (แต่ก็ยากสำหรับบางท่าน) จึงมีข้อแนะนำว่า การทำ E-commerce นั้นสามารถเริ่มต้นได้ด้วยงบฯที่ไม่น่าจะบานปลาย

เริ่มจากการคัดเลือกโดเมน เรื่องนี้ ดิฉันขอแนะนำให้ผู้ประกอบการ หาที่ปรึกษาที่มีความรู้เรื่องไอที เพื่อเลือกโดเมนที่เหมาะสม และเอื้อต่อการทำธุรกิจในระยะยาว ไม่ใช่ตั้งมาแล้วก็ล้มเลิกไป อย่างที่เห็นๆ กันว่าบางเว็บนั้นไม่สามารถเข้าไปได้ ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ ด้วยการมองหาบริษัท ที่ปรึกษาด้านไอทีซึ่งเป็นมืออาชีพ นอกจากนี้แล้ว ผู้ประกอบการบางรายยังใช้ระบบประหยัด ด้วยการจ้างนักศึกษาที่เรียนทางด้านนี้โดยตรง และความสามารถก็ไม่แพ้มืออาชีพเท่าใดนัก

เมื่อวางแผนทำเว็บไซต์ของตนเองเป็นรูปธรรมแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องตกลงกับผู้รับจ้างทำเว็บให้เคลียร์กันทั้ง 2 ฝ่าย ว่าการอัพเดตข้อมูลนั้นจะทำอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้มีปัญหามาก มีผู้ประกอบการจำนวนมาก ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลในเว็บไซต์ได้ เนื่องจากไม่มีความรู้ และไม่สามารถติดต่อ หรือตามหาผู้ที่มาทำเว็บไซต์ให้ ผลที่ออกมาก็คือเว็บนิ่งค่ะ

หากไม่อยากยืมจมูกคนอื่นหายใจ มีข้อแนะให้ใช้เว็บสำเร็จรูป ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ผู้ประกอบการสามารถทำตลาด ออนไลน์ได้เช่นกัน แม้ว่าเว็บจะไม่สวยหรูอย่าง ที่คาดคิดไว้ แต่เว็บสำเร็จรูป จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหาร รวมทั้งควบคุมดูแลเรื่องข้อมูลด้วยตนเอง มี ผู้ประกอบการหลายท่าน ที่พึ่งพาลูกหลานที่มีความรู้ด้านไอที มาช่วยเลือกเว็บสำเร็จรูป ใครจะลองบ้างก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์

เมื่อมีเว็บไซต์ของตนเองแล้ว สิ่งที่ ผู้ประกอบการต้องทำก็คือ อย่าปล่อยให้เว็บเงียบเหงานะคะ จะต้องทำการตลาดให้กับเว็บ เช่น โฆษณาในสื่อต่าง ๆ หรือแม้แต่การใส่เว็บไซต์ของตนเอง ลงในนามบัตร แผ่นพับ ใบปลิว ฯลฯ ถ้าจะให้ดี ก็จะต้องทำการโฆษณากับเว็บไซต์อื่นๆ ที่ได้รับความสนใจ จากการใช้งานของนักท่องอินเทอร์เน็ต

สิ่งสำคัญที่สุด ที่ดิฉันทราบจากผู้ประกอบการที่ลงทุนกับตลาดออนไลน์ ก็คือ อย่าทำมั่วๆ ตามชาวบ้าน จะต้องรู้ว่าลูกค้าของตนเองเป็นใคร และกลุ่มเป้าหมาย บริโภคสื่อเว็บไซต์นั้น ใช่กลุ่มที่จะซื้อสินค้าหรือไม่ เช่น หากเป็นธุรกิจที่ขายปุ๋ยสำหรับเกษตรกร ก็ควรมองหารูปแบบอื่น เพราะชาวนาคงไม่มีเวลาเปิดคอมฯ ค้นหาข้อมูลทางเว็บไซต์ เป็นต้น

สุดท้าย ขอฝากข้อคิดสำหรับ ผู้ที่ลงทุนทำ E-commerce จะต้องทราบว่าเว็บไซต์ที่ดี ควรมีการอัพเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเอาจุดเด่นของผลิตภัณฑ์มาโชว์ ที่สำคัญ ต้องเปิดช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า เช่น การสั่งซื้อ การแสดงความคิดเห็น ฯลฯ หากเริ่มต้นคิดและลงมือทำอย่างจริงจัง ก็จะทราบดีว่าการตลาดออนไลน์ทำง่ายนิดเดียวค่ะ !

ที่มา :
ประชาชาติธุรกิจ
http://www.siaminfobiz.com/

Post a Response