Women is market
ในห้วงยามที่ยักษ์ใหญ่อเมริกาเผชิญวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ ผู้คนตกงานกันเป็นว่าเล่น ทำให้เกิดการใช้จ่ายลดลงอย่างเห็นได้ชัด จนพาให้เศรษฐกิจถดถอย ซึ่งในบ้านเราก็ได้รับแรงกระเพื่อมตามไปด้วย
แต่ถึงกระนั้น ตลาดก็ยังไม่แน่นิ่ง หรือว่าชีพจรหยุดเต้นไปซะทีเดียว เพราะว่ายังมีบางลมหายใจหล่อเลี้ยงอยู่
เป็นลมหายใจสีชมพูจากเหล่า “ผู้หญิง” เพศที่นักการตลาดยุคใหม่เชื่อว่า คือกลุ่มที่มีอำนาจซื้อสูงที่สุดแม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ก็ตาม !
เธอคือคนตัดสินใจ
ใน ตลาดของอเมริกา นักการตลาดพากันตื่นเต้นกับความเปลี่ยนแปลงที่ “ผู้หญิง” กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของการทำกลยุทธ์กับทุกกลุ่มธุรกิจ ถึงแม้ว่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมา การตลาดของกลุ่มเกย์จะโดดเด่นขึ้นมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ แต่ทว่าตัวเลขทางการตลาดก็มิอาจเทียบได้กับกลุ่มผู้หญิง
จากข้อมูล ที่นักการตลาดชื่อดังอย่าง ทอม ปีเตอร์ส เปิดเผยออกมาก็คือ ในบรรดาครอบครัวคนอเมริกัน 85 เปอร์เซ็นต์ ผู้หญิงเป็นคนเขียนเช็คและจ่ายบิล
ผู้หญิงเป็นผู้นำในการซื้อสินค้าบริโภคส่วนใหญ่ รวมแล้วเท่ากับ 80 เปอร์เซ็นต์ของการใช้จ่ายทั้งหมดของครัวเรือน
แถม ผู้หญิงยังมีส่วนในการตัดสินใจของการซื้อสินค้าต่างๆ อาทิ สินค้าตกแต่งบ้าน 94 เปอร์เซ็นต์, เที่ยวพักผ่อน 89 เปอร์เซ็นต์, เครื่องครัว 88 เปอร์เซ็นต์, บ้านใหม่ 75 เปอร์เซ็นต์, บริการสุขภาพ 80 เปอร์เซ็นต์
ขนาดกลุ่มสินค้าราคาแพงอย่างคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถ สินค้าดีไอวาย ยังมีสัดส่วนผู้หญิงเพิ่มขึ้น นั่นคือ ผู้หญิงอเมริกันซื้อคอมพิวเตอร์ 66 เปอร์เซ็นต์จากยอดขายทั้งหมด, ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า 55 เปอร์เซ็นต์จากยอดขายทั้งหมด, ซื้อรถใหม่มากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ซื้อรถมือสองมากกว่า 53 เปอร์เซ็นต์ และมีส่วนตัดสินใจในการซื้อรถ 80 เปอร์เซ็นต์จากยอดขายทั้งหมด
ไม่ เพียงเท่านั้น ด้วยความที่สาวๆ ยุคสมัยใหม่เก่งกล้ามากขึ้น ทำให้พวกเธอเข้าไปมีบทบาทสำคัญในองค์กร โดยเฉพาะเกี่ยวกับการจัดซื้อและฝ่ายธุรการ ฝ่ายการเงิน ทำให้มีอำนาจในการตัดสินใจ จากข้อมูลในเมืองลุงแซมนั้น พบว่าสัดส่วนของผู้หญิงที่เป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อและตัวแทนจัดซื้อ คิดเป็นตัวเลขสูงถึง 53 เปอร์เซ็นต์ และผู้หญิงเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการของบริษัท โดยเธอเหล่านี้จะมีอำนาจเหลือเฟือในการสั่งเปิด (หรือปิด) กระเป๋าเงินของบริษัทได้ทีเดียว
พลังแห่งอำนาจการตัดสินใจ และอำนาจซื้อของหญิงอเมริกัน จึงไม่ธรรมดาเอาซะเลย ถ้าหากลองนำมาคิดรวมๆ กันแล้ว นักการตลาดเชื่อว่ามีขนาดเกินกว่าครึ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศมหาอำนาจ อย่างอเมริกา หรือราว 7 ล้านล้านดอลลาร์เลยทีเดียว
ผู้หญิงอเมริกันจึงกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญและเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก !
จึง ไม่น่าแปลกใจหรอก หากทั่วโลกจะหันมาใหัความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายสีชมพู เนื่องจากความสามารถที่มากขึ้นอันนำมาสู่รายได้ที่มากขึ้นของเพศที่เคยถูก มองว่าอ่อนแอกว่าชาย ไม่เช่นนั้น คงไม่มีซีอีโอหญิงในบริษัทชั้นนำติดทำเนียบของนิตยสารฟอร์จูน 500 มากขึ้น เอาแค่ในอเมริกามีธุรกิจที่มีเจ้าของเป็นผู้หญิงถึง 10.6 ล้านแห่ง (กิจการที่ผู้หญิงถือหุ้นอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์) สร้างรายได้ราว 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขขนาดนี้ถือว่ามีมูลค่าเกินจีดีพีของประเทศเยอรมนีซะอีก !
ผู้หญิงไทย อำนาจที่ไม่ยิ่งหย่อน
ข้อมูล จากสำนักงานทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รายงานตัวเลขประชากรไทย สำรวจเมื่อปี 2550 พบว่ายอดรวม 63,038,247 คน แบ่งเป็น เพศชาย 31,095,942 คน และเพศหญิง 31,942,305 คน เฉพาะในกรุงเทพฯ เพศชาย 2,727,574 คน เพศหญิง 2,988,674 คน
หากจำแนกตามจังหวัดต่างๆ แล้ว จะพบว่าจำนวนประชากรเพศหญิงมากกว่าเพศชายแทบทั้งหมด ! (ส่วนทั่วโลกนะหรือ เกือบทุกประเทศในโลกก็มีสัดส่วนประชากรเพศหญิงสูงกว่าเพศชายแบบเดียวกับบ้าน เราเหมือนกัน…)
ดังนั้นผู้หญิงจึงกลายเป็นกลุ่มการตลาดที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่ในปริมาณ แต่ในเรื่องของคุณภาพการจับจ่ายแล้ว ผู้หญิงถือเป็นนักช็อปตัวยง แถมยังมีอิทธิพลกับการตัดสินใจในการซื้อสินค้าทั้งเล็กใหญ่ ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ
…อำนาจของผู้หญิงกำลังมีมากขึ้นใน สังคมไทย ! จึงเป็นเรื่องจริงซะยิ่งกว่าแช่แป้ง ที่ ดารณี เจริญรัชต์ภาคย์ นายกสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท มาร์เก็ตไว้ส์ จำกัด พบและกล่าวไว้เป็นหนึ่งใน 7 เทรนด์สำคัญ
ผล วิจัยนี้พบว่า… แนวโน้มของผู้หญิงกลุ่มที่เป็นคนโสด มีการศึกษาดี และแต่งงานช้าลง จะมีจำนวนมากขึ้นในสังคมไทย เห็นได้จากอายุเฉลี่ยของผู้หญิงที่แต่งงานครั้งแรกจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าในปี 2583 อายุเฉลี่ยของผู้หญิงที่แต่งงานครั้งแรกจะอยู่ที่ 27.3 ปี นอกจากนี้ ผู้หญิงกลุ่มนี้ยังจะสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ แถมยังมีกำลังซื้อสูง ยิ่งผู้หญิงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ก็จะมีการดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างดี ทำให้อายุเฉลี่ยของผู้หญิงมีเพิ่มสูงขึ้นและมีจำนวนมากขึ้นด้วย
… ธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโต หากสามารถสนองตอบไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนเหล่านี้ได้ จะเป็นกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว คอนโดฯ สำหรับผู้หญิงโสด เสื้อผ้า เครื่องสำอางที่เข้าใจผู้หญิงทำงาน เครื่องมือ หรือธุรกิจซ่อมบ้าน และรถยนต์ที่ดูแลผู้หญิงได้เป็นพิเศษ รวมถึงสินค้าเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์พวกเธอได้ ขณะที่ธุรกิจที่จะหันมาสร้างการเติบโตกับกลุ่มผู้สูงอายุ จะเป็นผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีที่ชะลอความแก่ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาสุขภาพ และความงาม การบริการด้านที่ปรึกษาทางการเงิน และการบริการกิจกรรมสันทนาการต่างๆ
หลายสำนักวิจัยจึงพากันทุ่มเทให้ กับผลงานวิจัยเกี่ยวกับผู้บริโภคที่เป็นผู้หญิง ดังเช่น ผลการสำรวจของบริษัท นาโน เซิร์ซ จำกัด ที่ระบุว่า ผู้หญิงวัยทำงานมากกว่า 80% ให้ความสำคัญกับการดูแลตนเอง โดยใส่ใจกับหน้าตามากที่สุด รองลงมาคือ เสื้อผ้า และตามด้วยผม เป็นอันดับสาม หรือผู้หญิงไทยมากกว่า 71% ยอมจ่ายเงินที่สูงขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต อีกความจริงที่บริษัท ซินโนเวต จำกัด จากโครงการงานวิจัยมีเดีย แอตลาส สำรวจพบ
ทุกความจริงที่เกิดขึ้นต่างก็นำมาใช้ขยายผลทางการตลาดกับการผลิตสินค้าและบริการทั้งสิ้น !!!
อารมณ์สำคัญกว่าเหตุผล
พฤติกรรม การจับจ่ายใช้สอยของผู้หญิงนั้น เป็นเรื่องที่ทุกคนต่างฟันธงว่า เพศหญิงเป็นเพศที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลในการเลือกซื้อสินค้า
อีก ทั้งยังเป็นผู้ซื้อที่มี lifetime value มากกว่าผู้ชาย เพราะพวกเธอซื้อซ้ำ ซื้อเพิ่ม และที่สำคัญยังบอกต่อและแนะนำให้ผู้อื่นซื้อมากกว่าผู้ชาย แถมพวกเธอยังมีอิทธิพลต่อการบริโภคของคนรุ่นถัดไปอีกด้วย
Journal of Financial Planning ได้ศึกษานิสัยการจับจ่ายโดย Tahira K. Hira ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ผู้บริโภคและการเงินส่วนบุคคล แห่งมหาวิทยาลัยไอโอวา สหรัฐอเมริกา กับ Olive Mugenda คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ครัวเรือน แห่ง
มหาวิทยาลัยเคนยัตตา ประเทศเคนยา ด้วยการศึกษาพฤติกรรมการใช้จ่ายของชาวไอโอวา พบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่ต้องการ ประมาณ 36% ในขณะที่ผู้ชายนั้นมีเพียง 18% เท่านั้นที่จ่ายเงินโดยไม่คิด และผู้หญิง 24% จะซื้อของเพราะว่ามีป้ายเขียนคำว่า “ลดราคา” และจะซื้อเพื่อการเฉลิมฉลองถึง 31% ในขณะที่มีผู้หญิง 49% ที่จะออมเงิน ส่วนผู้ชายมีมากกว่าถึง 60%
นอกจากนั้น ในการศึกษาครั้งนี้ยังพบด้วยว่าผู้หญิงที่อยู่ช่วงอายุระหว่าง 20-30 ปีนั้น มีพฤติกรรมการซื้อที่จัดว่าอยู่ช่วงอันตราย โดยผู้หญิงส่วนมากจะใช้จ่ายไปกับเสื้อผ้า รถ และการตกแต่งบ้าน
ไม่น่าแปลกใจหรอก หากทุกคนจะพุ่งเข้าหาเธอ !!!
รส ธร เจียรประเสริฐกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ จีอี มันนี่ ประเทศไทย เป็นผู้หนึ่งที่ได้สัมผัสกับไลฟ์สไตล์การใช้เงินของกลุ่มผู้หญิงที่เป็นทั้ง สาวออฟฟิศและเจ้าหน้าที่ในองค์กรเอ็นจีโอ อย่างสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ หลังจากที่ทางจีอี มันนี่ จัดทำโครงการให้ความรู้ทางการเงินแก่ผู้หญิง และได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมให้ความรู้แก่ผู้หญิงในองค์กร
รสธรบอกว่า กลุ่มผู้หญิงถือว่าเป็นกลุ่มที่มีการจับจ่ายใช้สอยมาก โดยในเดือนหนึ่งๆ ต้องสูญเงินไปกับค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายหลักๆ ไปกับเรื่องของความสวยความงาม อาทิ ทำผม เสริมสวย ทำเล็บ สปา และช็อปปิ้งสินค้า อาทิ รองเท้า กระเป๋า ซึ่งกลุ่มพนักงานบริษัทอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าข้าราชการหรือเจ้า หน้าที่เอ็นจีโอ เพราะรายได้ต่างกัน กรณีของเจ้าหน้าที่ในสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ จะเสียเงินอยู่ที่ 2,000-3,000 บาทต่อเดือน สำหรับการช็อปปิ้งและความสวยความงาม ส่วนพนักงานบริษัทจะเสียเงินกับเรื่องนี้ไปราว 6,000-7,000 บาทต่อเดือน
ปัท มาพร สาลีผล เจ้าหน้าที่ในสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ วัย 29 ปี เป็นคนหนึ่งที่ยอมรับว่า เธอใช้เงินโดยไม่คิด มือถือมีอะไรออกยี่ห้อใหม่ เธอจะซื้อมาใช้ โดยหากเงินสดไม่มีเธอก็จะใช้เงินอนาคตแทน กลายเป็นว่าเงินเดือนที่ได้รับ 9,000 กว่าบาทต่อเดือนไม่พอกับรายจ่าย ทำให้ต้องติดลบ
นี่แหละคือปัญหาของผู้หญิงที่มาพร้อมกับการกระโจน หากลุ่มเป้าหมายทางการตลาดของสินค้าต่างๆ (อย่างได้ผลเอามากๆ) โดยสิ่งที่ทางบริษัทจีอี มันนี่ ได้เข้าไปให้ความรู้จะเป็นหลักสูตรที่ครอบคลุมความรู้พื้นฐานทางการเงินและ การพัฒนาวิชาชีพ 5 หลักสูตร คือ ใช้เงินอย่างชาญฉลาด ทำให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ได้ถึงความจำเป็นของสินค้าที่จะซื้อ และทางเลือกอื่นๆ ตลอดจนเทคนิคการเลือกซื้อสินค้าอย่างประหยัดรู้ทันโฆษณา, ทำงานอย่างไรให้เงินเดือนขึ้น, เป้าเถ้าแก่ง่ายนิดเดียว ให้ความรู้พื้นฐานที่จำเป็นในการทำธุรกิจ, เก็บเงินให้พอเพียงและทำเงินให้งอกงาม เพิ่มเติมทักษะด้านการบริหารการเงินส่วนบุคคล เช่น การออม การลงทุนในสินทรัพย์การเงินบางประเภท ที่น่าสนใจก็คือ การแนะนำให้ผู้เรียนบันทึกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน (บัญชีรายรับรายจ่าย)
อีก หลักสูตรคือ เอาตัวรอดในทุ่งดอกเบี้ย หลักสูตรนี้น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีเงินกู้ ให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเปรียบเทียบสินเชื่อ เงื่อนไขการกู้ยืม และการคำนวณดอกเบี้ย
……………..
ยุคนี้ผู้หญิงจึงคือเป้าหมายใหญ่ซึ่งใครต่อใครต่างก็กระโจนเข้าหา ใครที่พิชิตใจผู้หญิงได้เขาว่าจะครอบครองตลาดกว่าครึ่งไปเลย
ลองคิดดู แม้ในยามวิกฤต โปรโมชั่นลดราคา การกระตุ้นการซื้อ ของทุกศูนย์การค้าล้วนสร้างมาเพื่อผู้หญิงแทบทั้งสิ้น
ก็แหม… เวลาอย่างนี้ใครล่ะเป็นคนควบคุมและตัดสินใจการใช้จ่าย ?
มิใช่ผู้หญิงหรอกหรือ ?
Do you know
ใคร บอกว่าผู้หญิงเป็นพวกไม่ถูกกับเทคโนโลยี เพราะ Sony Ericsson ได้สำรวจพบว่าผู้หญิงนั้นซื้อสินค้าอินเทรนด์เหล่านี้มากกว่าผู้ชายเสียอีก เนื่องมาจากดีไซน์ของแก็ดเจ็ตในช่วงหลังๆ นั้นเน้นไปที่การออกแบบที่ดูทันสมัย และสีสัน อย่างของ Apple และ Ikea
ลูกค้า สาวๆ มักจะเลือกซื้อสินค้าจากสีสัน และขนาดที่กะทัดรัด ทำให้สินค้าเทคโนโลยีเดี๋ยวนี้ไม่ต้องคิดจะเน้นเฉพาะกลุ่มผู้ชายอีกต่อไป บริษัทผู้ผลิตทั้งหลายเองก็ไม่ได้ผลิตสินค้าเพื่อเป็นสินค้าเทคโนโลยีอย่าง เดียว พวกเขายังเน้นที่ดีไซน์และความเป็นแฟชั่น พร้อมที่จะให้แก็ดเจ็ตนั้นเป็นเครื่องประดับอีกชิ้น กระทั่งเครื่องนำทางรถยนต์ก็ยังออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและรูปร่างบอบบาง
ค่า ใช้จ่ายของผู้หญิงที่ซื้อสินค้าเทคโนโลยีเฉลี่ยอยู่ที่ 762 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งแนวโน้มเริ่มจะมากกว่าค่ารองเท้าของพวกเธอเสียอีก
Do you know
Woman VS Man
- ผู้หญิงจะมองว่าเงินคือสิ่งที่สร้างรูปแบบการดำเนินชีวิต ดังนั้นพวกเธอจะใช้จ่ายเงินกับสิ่งต่างๆ ที่จะช่วยยกระดับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน
- ผู้ชายจะมองว่าเงินมีความหมายถึงคุณค่าในการครอบครองและการเก็บสะสม เขาไม่ใช้จ่าย แต่จะนำเงินมาใช้เพื่อการลงทุน (หน้าพิเศษ D-Life)
ที่มา: ทีมงาน DLife หนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ
