สั่งพิมพ์

เรื่องสั้น : ปลายทางแห่งชีวิต - โดย ปลาทอง

แสดงผู้ตอบกระทู้ล่าสุด : haoye168888 , SonthayaOnline

เรื่องสั้น : ปลายทางแห่งชีวิต - โดย ปลาทอง

ฉันกับเพื่อนกลุ่มนี้มานัดเจอกันอีกครั้งหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน และอึกทึกไปด้วยเสียงเพลง ทุกร้านในสถานที่แห่งนี้ เป็นร้านขายเหล้า คนที่นั่งอยู่ทุกโต๊ะ ไม่มีโต๊ะใดเลยที่จะขาดขวดเหล้าหรือเบียร์ และแน่นอน โต๊ะของฉันก็จำเป็นต้องมี มันเป็นเหมือนของประดับโต๊ะแทนแจกันใส่ดอกไม้ไปเสียแล้ว เรานั่งคุยกันตามประสา เพื่อนสนิท กลุ่มเราทั้งหมดมี 4 คนที่ยังเกาะกันติดหลังจากต่างคนต่างจบจากการร่ำเรียน และไปใช้ชีวิตของแต่ละคน พวกเราจะมานัดเจอกันในร้านแห่งนี้แทบจะทุก ๆ เดือน เราทั้งสี่ เป็นผู้หญิงทั้งหมด โสดบ้างไม่สดบ้างตามบุคลิกและลักษณะนิสัยของแต่ละคน

"มั่ม" คือคนหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของฉัน "มันเป็นทอม" ใคร ๆ ก็ให้คำจำกัดความของมั่ม ว่าอย่างนั้น และมั่มเองก็ยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน ทั้งกริยา และการแสดงออก ...วันนี้มั่มก็ยังมาเป็นขาประจำของกลุ่มไม่เคยขาด สนุกสนานเหมือนเดิม และคงจะ ยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ ถ้ามั่มยังไม่ถูก "นางพยาบาล" คนหนึ่งหักอกมั่มเสียก่อนที่จะมาเจอกัน ในค่ำวันนี้...

ทุกคนกำลังมองย้อนกลับไปยังอดีตที่สนุกสนาน เหมือนมีวิดีโอบันทึกไว้ ภาพทุกภาพ เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ยังฝังแน่นอยู่ในห้วงคำนึง ถึงแม้จะฉาบไปด้วยความสุข ในเบื้องแรกที่เห็น แต่ฉันก็รับรู้ได้ทันทีว่า "แต้ม" มีเรื่องที่กำลังทุกข์ใจอยู่ สังเกตจากที่แต้มลอบถอนหายใจบ่อยครั้ง และสีหน้าเหมือนกำลังมีภาระหรืองานอะไร ที่ค้างคาอยู่ ต้องรีบกลับไปสะสาง ทั้ง ๆ ที่ตัวแต้มเองไม่ได้มีอาชีพอะไร มือของแต้มเริ่มจับแก้วขึ้นจรดริมฝีปาก ถี่ และเร็วขึ้น จนฉันอดพูดกับแต้มไม่ได้ว่า

"แต้ม เบา ๆ หน่อยก็ได้ พวกเรายังไม่มีใครถูกหวยนะจ๊ะ"

พูดเสร็จก็ตามด้วยเสียงเฮฮาของเพื่อน ๆ แต้มมองสบตาฉันเพียงแค่วินาทีเดียว ก็เสมองไปทางนอกร้าน ที่ตอนนี้ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมามากขึ้นกว่าเดิม ทั้ง ๆ ที่เป็นเวลาใกล้จะเที่ยงคืนอยู่แล้ว

"แต้มมีปัญหาอะไรก็บอกเราได้นะ" มั่ม เริ่มหันมามองแต้มด้วยสายตาที่สังเกต และด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

"นั่นสิแต้ม ทำไม เมียของเขายังตามรังควานอีกเหรอ" ปู ซึ่งเป็นเพื่อนที่มักจะ ออกตัวก่อนเสมอเวลามีเรื่องมีราวกัน พูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา จนฉันอดที่จะใช้สายตา ปรามไม่ได้ แต้มฟุบหน้าลงกับโต๊ะ สะอื้นไห้ แล้วเริ่มระบายเรื่องราวที่หนักอกออกมา ....

ค่ำคืนของการนัดกันในวันนั้น ผ่านมาแล้ว พวกเรากลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
อีกครั้งหนึ่ง โลกแห่งการต่อสู้ดิ้นรน เพื่อปากท้อง ไม่มีใครเห็นความสำคัญของคนอื่น มากไปกว่าผลประโยชน์ของตัวเอง

ระหว่างที่นั่งพักกินกาแฟในยามบ่าย ความคิดคำนึงของฉันก็ไปหยุดอยู่ที่คำพูด ของแต้มในค่ำคืนวันนั้น ...

"แต้มก็ไม่รู้ว่าแต้มทนใช้ชีวิตอย่างนี้อยู่ได้อย่างไร ใช่ มันสะดวก สบาย มีเงินใช้ไม่ขาดมือ ไม่ต้องดิ้นรนก็มีเงินจับจ่ายใช้สอย คุณธเนศเขาก็ดีกับแต้มทุกอย่าง เพียงแต่ ... เพียงแต่ เขาไม่มีเวลาให้กับแต้ม เหมือนอย่างกับคนที่เป็นแฟนกัน เป็นผัวเป็นเมียกันเลย แต้มต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ จะเจอกันแต่ละครั้งก็ต้องมืด ๆ ค่ำ ๆ ... แต้มเหงานะ แต้มเลยต้องไปเที่ยวตามผับตามเธคให้มันหายเหงาไงล่ะ แรก ๆ แต้มก็บอกกับตัวเองว่าทนได้ แต่แล้วมันก็..."

แต้มกลับสะอื้นขึ้นมาอีกครั้ง น้ำตาที่คลอหน่วยอยู่แล้ว ก็ไหลลงมาอาบแก้ม ตกลงสู่พื้น แล้วก็ซึมหายไปในเวลาอันรวดเร็ว
"แต่แต้มก็หลอกตัวเองได้ไม่นาน แต้มทนไม่ได้ แต้มรู้ว่าแต้มมาทีหลัง แต่แต้มไม่เคยไปก้าวก่ายถึงครอบครัวเขาเลยนะ แต่.. แต่เมียเขามาหาเรื่องแต้มก่อน เมียเขาจ้างนักสืบมาสะกดรอยคุณธเนศ โทรไปขู่แต้มที่อพาร์ทเมนท์ จนแต้มประสาทเสียไปหมด

เขาไปขู่คุณธเนศให้เลิกกับแต้ม คุณธเนศบอกแต้มว่า เขาต้องทำตามคำสั่งของเมียเขา คุณธเนศเขาไม่รักแต้มแล้ว..." เสียงเล่าของแต้มขาดหายไป พร้อมกับเสียงร้องไห้ที่ดังขึ้นแผ่นเบา แต่มันดังก้องกังวานเข้าไปในใจของเพื่อนทั้ง 3 คน ทำนบแห่งความรู้สึกของแต้มพังทลายลงมาอีกครั้ง น้ำตาของแต้มที่ฉันเห็น เหมือนกับว่ามันคงจะไม่มีวันเหือดแห้งไปได้ เราทุกคนต่างมองหน้ากัน มองดูแต้มด้วยแววตาที่เห็นใจและห่วงใย

วันนั้นแต้มเมามาก กลับเองไม่ไหว ฉันต้องไปส่งที่อพาร์ทเมนท์ ตลอดทางแต้ม ได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญถึงเขาคนนั้น แท็กซี่ที่เรียกไป ก็คอยบ่นแต่ว่า

"คุณดูเพื่อนคุณดี ๆ นะ อย่าให้อ้วกรดรถผมล่ะ เดี๋ยวผมต้องไปล้างรถ เสียเวลาทำมาหากินของผมหมด" แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจคำพูดนั้นมากมายนัก ไม่ได้สนใจมากไปกว่าเพื่อนที่นอนหนุนตักฉันร้องไห้อยู่ในรถแท็กซี่คันนั้น...

ฉันยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ มันเย็นไปแล้ว จนฉันต้องเดินไปกดน้ำร้อน เพื่อเพิ่มความร้อน ให้กับกาแฟเย็นชืดนั้น ฉันหวนนึกไปถึงตอนเรียนอีกครั้ง ในวัยนั้นเราช่างบริสุทธิ์ สดใสกันเหลือเกิน แววความทุกข์ในดวงตาไม่เคยมีสักนิด และพวกเราไม่เคย ระแคะระคายเลยว่า ชีวิตต่อไปข้างหน้ามันจะทำแววตาของเราให้กระด้างขึ้น สายตาที่เคยมองโลกในแง่ดีนั้น ถูกบดบังด้วยความเห็นแก่ตัวของแต่ละคน ฉันเองก็ไม่อาจปฏิเสธสิ่งเหล่านั้นได้เลย ใช่ ฉันเองก็กำลังตกอยู่ในวังวน แห่งคนเมืองเช่นกัน ความคิดจิตใจเริ่มแข็งกระด้าง เหมือนอิฐปูนที่นำมาก่อนเป็นตึกสูง ๆ ที่กำลังผุดขึ้น อย่างกับเชื้อราบนขนมปังที่หมดอายุแล้ว

ฉันต้องหยุดความคิดเหล่านั้นลง เพราะเพื่อนร่วมงานเข้ามาสะกิด บอกว่า

"เหมียว มีโทรศัพท์ถึงเธอแน่ะ" ฉันกล่าวขอบใจ และลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์

"สวัสดีค่ะ เหมียวพูดค่ะ"

"เหมียวเหรอ... ตอนนี้ปูอยู่โรงพยาบาล "..." นะ รีบ ๆ มาเลย แต้มพยายาม ฆ่าตัวตาย ..."

ประโยคต่อไปปูจะพูดว่าอะไรไม่รู้ มันพร่าเลือนในความรู้สึกของฉันเสียแล้ว

ฉันรีบออกไปจากห้องทำงาน โดยบอกเพื่อนร่วมงานแต่เพียงว่า จะไม่กลับเข้ามาแล้ว หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงมันเหมือนกลองกระหน่ำอยู่ข้างหู

"โธ่แต้ม อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ เวรกรรมจริง ๆ ทำไมคิดอะไรโง่ ๆ แบบนี้"

ฉันมาถึงโรงพยาบาลแห่งนั้นด้วยความทุลักทุเลเต็มทน เพราะแท็กซี่ที่ไม่รู้จักทาง และฉันก็ไม่อยากจะลงเรียกคันใหม่ ดีที่ยังไม่ใช่เวลาเลิกงาน รถยังไม่ติดเข้าขั้นเป็นอัมพาต

"แต้มเป็นไงบ้างปู... แล้วบอกมั่มไปหรือยัง"

"บอกไปแล้วล่ะ แต่ตอนนี้หมอห้ามเยี่ยม ร่างกายอ่อนแอมากเลย" ปูบอกฉัน

ในวันนั้น เพื่อนกลุ่มเรามาเยี่ยมแต้มกันพร้อมหน้า ไม่มีใครถามถึงเหตุผลว่าทำไม ต้องทำอย่างนี้ ไม่มีแววตาที่จะตำหนิติเตียน มีแต่แววแห่งความอาทร ทุกคนสบายใจขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าแต้มที่ค่อย ๆ มีสีเลือด และรู้ว่าแต้มมีกำลังใจที่ดีขึ้นกว่าเดิม

พอหมดเวลาเยี่ยม พวกเรากลับออกมาเพื่อให้แต้มพักผ่อนได้เต็มที่เสียที ฉันมารู้จากปูว่า แต้มไปทำแท้งมา พอกลับมาถึงที่ห้องก็กินยานอนหลับเข้าไป แล้วก็ตกเลือดอย่างมากด้วย

พอดีแม่บ้านที่อพาร์ทเมนท์เห็นแต้มมันเดินขึ้นห้องเลือดไหลตามน่องเป็นทาง อาการไม่ค่อยดี ก็เลยเข้าไปเคาะประตูห้องมัน ถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นแต้มนอนจมกองเลือดอยู่ เลยพาส่งโรงพยาบาล

"ดีนะ ที่แต้มมันอัธยาศัยดี เคยซื้อขนมนมเนยให้ป้าเขาเอาไปเลี้ยงหลาน อยู่เรื่อย ๆ ถ้าลองมันอยู่แบบตัวใครตัวมันนะ ป่านนี้มันคงได้ตาย อยู่ในห้องแหละ" มั่มพูดขึ้น หลังจากที่เรามานั่งในร้านอาหารแห่งหนึ่งเรียบร้อยแล้ว

"เราจะโทรไปบอกคุณธเนศดีไหม ปู มั่ม" ฉันขอความคิดเห็นจากเพื่อน เพราะตอนนี้แต้มก็ไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านมานานแล้ว และพวกเราก็ไม่มีเบอร์ที่บ้านแต้มด้วย

"เออ.. ลืมบอกไป ไอ้แต้มมันไม่ให้โทรบอกคุณธเนศล่ะ มันบอกว่าเขากับมันไม่มีอะไรต่อกันแล้ว" ปูพูดขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้
"ดีเว้ย ไม่มีอะไรกันแล้ว ตัวเองจะตายโหงอยู่แล้ว ยังมีแก่ใจหยิ่ง" มั่มพูดอย่างอดไม่ได้

ทุกคนนั่งมองอาหารตรงหน้าอย่างไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับมันดี ความรู้สึกในตอนนี้ ของเราทุกคนกำลังคิดถึงชีวิตของแต้ม ฉันเองกำลังคิดว่า ถ้าแต้มเป็นอะไรไปแล้ว ใช่... ถ้าแต้มเป็นอะไรไป ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เสียงรถราที่ขวักไขว่ภายนอกเข้ามากระทบโสตประสาท ประตูร้านถูกเปิดออก ตามด้วยชายหนุ่มในมาดนักธุรกิจสวมสูทสีเทาเข้า พร้อมสาวสวยแต่งตัวด้วยชุด ที่มีราคาแพงไม่แพ้กัน เดินเข้ามาในร้าน ฉันแทบพูดอะไรไม่ออก เมื่อเห็นหน้าชายคนนั้นถนัดขึ้น "คุณธเนศ! " พวกเราพูดเกือบพร้อมกัน เขาหันมายังโต๊ะที่พวกเรานั่งอยู่ตามเสียงที่ค่อนข้างดังนั้น

ในเบื้องแรกที่เขาเห็นเรา ใบหน้าตกใจเล็กน้อย แต่ก็เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียว ราวกับจิ้งจกปรับสี เขาหันมาทักทายกับพวกเราตามอัธยาศัยที่เคยได้รู้จักกัน

"ผมขอตัวก่อนนะครับ พาลูกค้ามาทานอาหาร" รอยยิ้มที่เกิดตรงมุมปากของเขา ฉันไม่รู้ว่าเขาตั้งใจที่จะเยาะหยันหรือยิ้มด้วยไมตรีจิตอย่างจริงใจกันแน่

"ลูกค้าหรือเด็กใหม่กันแน่" มั่มพูดทำลายความเงียบ ตามความคิดของตนเอง

"ช่างเขาเถอะ แต่ถ้าแต้มมันรู้ มันจะเสียใจแค่ไหน..." มือที่จับช้อนคนแก้วกาแฟของปู เหมือนกับจะหมดแรงลงไปเฉย ๆ

"อย่าให้มันรู้เชียว เฮ้อ แต่ก็เถอะ ไม่รู้จะปิดมันไปได้เท่าไรกัน" มั่มพูดพร้อมกับเขี่ยยำไส้กรอกบนจานสวยหรู ที่สั่งมาแก้มกับเบียร์ตรงหน้าอย่างซังกะตาย

อีกสองวันต่อมา พวกเรานัดกันไปรับแต้มออกมาจากโรงพยาบาล สีหน้าของแต้มดีขึ้น แม้จะอิดโรยแต่ก็ดูเหมือนจะได้รับกำลังใจจากเพื่อน ๆ ไปอย่างเต็มเปี่ยม แต้มยิ้มได้ และสวยงามเหมือนเก่า สวยกว่าเวลาที่แต้มมีเครื่องสำอางฉาบอย่างงดงามบนใบหน้าเสียอีก
ฉันไม่ได้เอะใจเลยว่า นั่นจะเป็นยิ้มครั้งสุดท้าย ที่ฉันได้เห็บบนใบหน้าของแต้ม......

เวลาหนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้น ฉันรู้สึกว่ามันช่างผ่านไปรวดเร็ว ฉันไม่ได้โทรติดต่อ เพื่อนเลยสักคนเดียว ด้วยความกระชั้นชิดของงานที่จะต้องส่งให้ตรงเวลา ทำให้ฉันหมกมุ่นอยู่กับชิ้นงานนี้ จนรู้สึกว่าบางครั้งแทบจะไม่ได้หายใจ เมื่อวาระของงานได้สิ้นสุดลงจนเป็นที่น่าพอใจ กลับถึงบ้านแล้ว ก็แทบจะถลาขึ้นเตียงนอนและหลับไปในทันที

ฉันฝันเห็นแต้ม แต้มแต่งตัวแปลกไปกว่าเดิม ชุดที่ใส่ขาวสะอาด และบางเบา แต้มเข้ามาจับมือของฉันให้ลุกขึ้นตามไป ความรู้สึกที่สัมผัสกับมือของแต้มนั้นเย็นเป็นพิเศษ ฉันกำมือของแต้มแน่นด้วยกลัวว่าเพื่อนคงจะหนาว อยากจะให้ไออุ่นกับแต้มให้มากกว่าเดิม
แต้มหันกลับมามองหน้าฉัน พร้อมรอยยิ้มที่เศร้าหมองง เธอปล่อยมือของฉัน ลงอย่างแผ่วเบา แล้วเดินลับหายไปในม่านหมอก....

ฉันลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยแรงเขย่าของแม่ แม่มาปลุกฉันเพราะมีโทรศัพท์ด่วนเข้ามา

"ฮัลโหล เหมียวเหรอ" เสียงปูนั่นเอง

"เหมียว แต้ม... แต้มยิงตัวตาย ... "

ความรู้สึกตอนนั้น เหมือนจะขาดหายไป ฉันจำอะไรไม่ได้อีก แม่บอกว่าพอฉันมารับโทรศัพท์แล้วก็ล้มฟุบลงไปกับพื้น ต้องพยาบาลกันเป็นการใหญ่กว่าจะฟื้น รู้สึกตัวก็เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น แม่ถามอะไรก็ไม่พูด ร้องไห้จนหลับไปอีกครั้ง

ฉันนั่งมองควันสีเทาที่ลอยสูงขึ้นไปสู่ท้องฟ้าสีครามเบื้องหน้า ชีวิตคนทำไมสั้นนักนะ เวลาแห่งความสุขที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็ช่างรวดเร็วเสียจนใจหาย ม่านน้ำตาไหลริน ขึ้นมาอีกครั้ง อดคิดไม่ได้ว่า ใครบางคนที่แต้มเฝ้าคิดถึงเขาอยู่ตลอดเวลานั้น จะรู้บ้างไหมว่า แต้มได้ตัดสินใจที่จะให้เขาได้มีความสุข โดยที่แต้มเองไม่ขออยู่บนโลกนี้อีกต่อไป

ฉันเสียใจที่ไม่สามารถจะแบ่งเบาความทุกข์ของเพื่อน เสียใจที่ไม่สามารถจะทำให้เพื่อนอยู่สู้กับชีวิตต่อไปบนโลกที่โหดร้ายใบนี้ได้ ท้อใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ทำผ่านมา อยากจะคิดไปเพียงว่า นี่คือความฝัน...แต้มยังอยู่กับพวกเรา แต้มไม่เคยหายไปไหนเลยในความทรงจำของพวกเรา...

วันนี้ฉันกลับมานั่งที่ร้านเดิมอีกครั้ง ได้เวลานัดแล้ว ผู้คนขวักไขว่ เต็มไปด้วยความครื้นเครง ตามดีกรีที่เพิ่มแรงขึ้นในสายเลือดของแต่ละคน ไม่นานนักปูกับมั่มก็มาถึง แก้ว 4 ใบ วางในตำแหน่งเดิมของมัน แม้แต้มจะจากเราไปแล้ว แต่เราก็ไม่เคยลืมที่จะมีแก้วไว้หนึ่งใบตรงตำแหน่งที่แต้มเคยนั่งด้วยทุกครั้ง

พวกเรายังต้องดำเนินชีวิตกันต่อไป เหมือนกับที่เมื่อเราเปิดขวดเหล้าแล้ว ก็จะต้องรินต่อไปจนกว่าเหล้านั้นจะหมด ต่างกันแต่เพียงว่า เหล้าหมดแล้วยังสั่งเพิ่มได้

แต่ชีวิต .... เมื่อสิ้นสุด ณ ปลายทางของมันแล้ว จะหาทางชีวิตเส้นใหม่มาต่ออีกไม่ได้ แม้จะต้องการมากมายสักเพียงใดก็ตาม ....

จาก ถนนนักเขียน
กระทู้เด่นของผู้โพส


What are these?
credit = จำนวนเครดิตสะสม ความเพียร = คะแนนจิตพิศัย
ค่าแรง = ไว้ใช้จ่ายในบอร์ด เงินปันผล = แลกเป็นเงินจริงได้

TOP

c3h品牌女装工厂招实体店代销加盟合作Q.361400470   c3h品牌女装工厂招实体店代销加盟合作Q.361400470
c3h品牌女装工厂招实体店代销加盟合作Q.361400470   c3h品牌女装工厂招实体店代销加盟合作Q.361400470

品牌专营扶持计划 无风险创业优惠政策
押金铺货销售   支持换季全额退换货
实力工厂 实力合作 零库存 零风险
仅限北方城市,各县市一家 欢迎您的加入
本公司为品牌女装生产厂家,一手货源,无任何中间商,五证齐全
1、本公司为工厂直销货源批发,质量保证。
2、首次订款式看货品质量,收到货不满意,可以全额退款,来回邮费自己承担。
3、合作实体店以等价值押金订货,过季节或者中途不再经营,本公司收回货物,货物无损失,全额退款。
4、折扣款式低于成本销售,合作实体店须承担来回发货费用。
5、各县市限招一家实体店,店主须提供身份证明、实体店以及周边照片以供公司参考核实。
6、公司对实体店经营状况公司每季度考核,未能达到预期指标,将取消合作资格,收回货物,等值退款。
QQ:361400470
阿里巴巴展示店:http://hbamk.cn.alibaba.com
电.话:18971543671

071650
c3h品牌女装工厂招实体店代销加盟合作Q.361400470   c3h品牌女装工厂招实体店代销加盟合作Q.361400470
c3h品牌女装工厂招实体店代销加盟合作Q.361400470   c3h品牌女装工厂招实体店代销加盟合作Q.361400470
c3h品牌女装工厂招实体店代销加盟合作Q.361400470   c3h品牌女装工厂招实体店代销加盟合作Q.361400470


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
专业发帖QQ-107772649 推广 发10000论坛7元

TOP

เวลาทั้งหมดกำหนดเป็น GMT+7, เวลาขณะนี้ 2010-9-10 04:34
Powered by Discuz! 6.0.0 © 2001-2007 Comsenz Inc.
Processed in 0.484709 second(s), 14 queries
Designed By Discuz! Support Team