คอลัมน์ ส่องโรค ไขสุขภาพ
นพ. ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในวันที่ 18 ตุลาคม ของทุกปี องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้เป็นวันสตรีวัยทองโลก (World Menopause Day) เพื่อรณรงค์ให้สตรีที่อยู่ในวัยทองมีความรู้ความเข้าใจถึงความเสี่ยงด้าน สุขภาพที่จะเกิดตามมาหลังหมดประจำเดือน เป็นการป้องกัน
ปัญหาสุขภาพในอนาคตของผู้สูงอายุผู้หญิงที่มีสาเหตุเกี่ยวพัน กับฮอร์โมนเพศหญิง
ในส่วนของประเทศไทยผลสำรวจของกรมอนามัย พบว่า ขณะนี้มีผู้หญิงวัยทองกว่า 7 ล้านคน อายุเฉลี่ยหมดประจำเดือน 48 ปี แต่ในกลุ่มผู้หญิงที่สูบบุหรี่ ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 300,000 คน อาจเข้าสู่วัยทองเร็วกว่าผู้หญิงทั่วไป เนื่องจากพิษบุหรี่ทำให้หลอดเลือดแข็ง ส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ รวมทั้งรังไข่ได้ไม่ดี ทำให้รังไข่ฝ่อ ผลิตฮอร์โมนได้น้อยลง จึงมีอาการของวัยทองเร็วขึ้น
กระทรวงสาธารณสุข จึงมีนโยบายให้จัดตั้งคลินิกส่งเสริมสุขภาพสตรีวัยทองในโรงพยาบาลทุกแห่ง และอบรมบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจปัญหาหญิงวัยทอง เพื่อให้คำปรึกษา บำบัด
รักษาอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น และส่งเสริมสุขภาพผู้หญิงตั้งแต่ก่อนเข้าสู่วัยทอง อายุ 45 ปีขึ้นไป หากระบบนี้เข้มแข็งเชื่อว่า จะสามารถลดปัญหาโรคเรื้อรังในผู้สูงอายุผู้หญิงได้ด้วย ขณะนี้จัดตั้งคลินิกวัยทองได้แล้วประมาณ 300 แห่ง ตั้งเป้าหมายครบทุกแห่งภายในปี 2554
นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า อาการวัยทองไม่ใช่โรค แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามธรรมชาติ เกิดจากรังไข่หยุดทำงาน มีอาการร้อนวูบวาบที่หน้าอก ลำคอ ใบหน้า ใจสั่น เหงื่อออก นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย บางครั้งซึมเศร้า ปวดศีรษะ
ปวดข้อ ความรู้สึกทางเพศลดลง ระยะยาวมีโอกาสเสี่ยงโรคกระดูกพรุน มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมด
ลูก และภาวะอ้วนลงพุง มีไขมันในเลือดสูง เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด อัมพฤกษ์อัมพาต ตามมา
คลินิกวัยทองจะดูแลให้มี สุขภาพดี คือ งดบุหรี่ ลดละการดื่มสุรา ชากาแฟ กิน
อาหารที่มีประโยชน์และมีไขมันต่ำ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งครั้งละ 30 นาที นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสุขภาพทุกปี
คัดลอกไปที่คลิปบอร์ด
โค๊ด:
ที่มา http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01lif11211051§ionid=0132&day=2008-10-21